ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 13/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 271
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (271)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน



















สอบถาม/สั่งซื้อ ทางไลน์  >>  เพิ่มเพื่อน 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> เรามาทำความรู้จัก โรคต่างๆ ของพริก และแนวทางแก้ปัญหาที่ควรทำ

เรามาทำความรู้จัก โรคต่างๆ ของพริก และแนวทางแก้ปัญหาที่ควรทำ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
เรามาทำความรู้จัก โรคต่างๆ ของพริก และแนวทางแก้ปัญหาที่ควรทำ








  Tell a Friend

เรามาทำความรู้จัก โรคต่างๆ ของพริก และแนวทางแก้ปัญหาที่ควรทำ

รหัสสินค้า: 000364
บทความ
รายละเอียด:

ปัญหาหลักของพริกช่วงหน้าแล้งหรือช่วงฝนทิ้งช่วงก็คือเรื่องพริกใบหงิก โรคนี้เกิดจากแมงจำพวกปากกัดปากดูด  ลักษณะของใบหงิก เราสามารถแยกได้เป็นสองอย่างคือใบหงิกหงายและใบหงิกคว่ำ  ใบหงิกหงายเกิดจากเพลี้ยไฟ เพลี้ยไฟจะมาเป็นฝุ่นช่วงอากาศร้อนอบอ้าวจะดูดกินน้ำเลี้ยงบนผิวใบ จะทำให้เซลของใบด้านบนไม่สามารถขยายเซลได้ แต่ด้านล่างของใบสามารถขยายเซลได้ต่อเนื่องจึงทำให้ขอบใบของพริกหงายขึ้น         

         

 

ส่วนใบหงิกคว่ำ เกิดจากไรขาว ไรขาวจะอยู่ใต้ใบพืชคอยดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบพืช ใบพืชที่ไรขาวดูดกินน้ำเลี้ยงไม่สามารถขยายเซลล์ได้จึงทำให้ขอบใบม้วนคว่ำลง การแก้ไขการแก้ปัญหา เกษตรกรใช้โอแบค O-BAC กับลาเซียน่า LASIANA เพื่อเป็นการไล่แมลงไม่ให้เข้ามาในสวนคือโอแบค O-BAC ส่วนลาเซียน่า LASIANA ที่สามารถทำลายแมลงศัตรูพืชที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ชนิดเล็ก หลังจากนั้นใช้ปุ๋ยน้ำ"ช้อนเงิน" ฉีดพ่นทางใบเพื่อเรียกยอดใหม่เกษตรกรจะต้องควบคุมดูแลรักษายอดใหม่เท่าชีวิตเมือยอดใหม่ออกมาดอกและผลก็จะตามมา

 

ปัญหาต่างๆของพริกที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของพริกก็คือโรคยอดเน่าและโรคเหี่ยวทีละกิ่ง ปัญหานี้เกษตรกรพบบ่อยมากโรคยอดเน่าจะพบกับพริกแทบทุกสายพันธ์ลักษณะอาการก็คือยอดของพริกเน่าถ้าสังเกตุดูจะเห็นเป็นเส้นๆเป็นขนมีสปอร์เป็นดอกสีดำๆลักษณะคลายๆขนแมวโรคนี้เกิดจากเชื้อรา ถ้าเกษตรปล่อยไว้ไม่ได้ใส่ใจก็จะทำให้โรคนี้ระบาดไปทั่วแปลง ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ ส่วนโรคที่สำคัญอีกโรคก็คือโรคเหี่ยวทีละกิ่งหรือโรคเหี่ยวมะเขือเทศ โรคนี้เกิดขึ้นมาแล้วส่วนมากเกษตกรเข้าใจว่าเป็นแค่ต้นสองต้นไม่เป็นไรแต่ถ้าหากปล่อยไว้ภายใน 2 - 3 วัน  พริกก็จะเหี่ยวหมดไร่ เกษตรกรบางพื้นที่เรียกว่าโรคเหี่ยวชื่อเต็มๆว่าโรคเหี่ยวมะเขือเทศหรือโรคเหี่ยวทีละกิ่ง  ส่วนมากจะเกิดกับมะเขือเทศ เมือลุกลามมาถึงพริกก็ยังเรียกว่าโรคเหี่ยวอยู่การป้องกันการกำจัดการรักษา ด้วย โคโคแมกซ์ KOKOMAX ซึ่งสามารถป้องกันและกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียได้ทุกชนิด

 

 

เกษตรกรส่วนมากเมื่อเจอปัญหาเรื่องต้นพริก รากเน่าโคนเน่า ก็รู้ว่าเกิดจากเชื้อราไฟทอฟเทอร่า  แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้  เพราะไปซื้อยาเคมีกำจัดเชื้อรามาใส่ มารักษา ก็เท่ากับเอาน้ำมันมาราดกองไฟ  หมายถึงเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดสาเหตุจากต้นพริก รากเน่า โคนเน่า เกิดจาก ดินของเกษตรกรเป็นกรด  เมื่อดินเป็นกรดก็จะเกิดเชื้อราขึ้นชนิดหนึ่ง  ชื่อว่า  ไฟท๊อปเทอร่า  โรคนี้จะมาเองเมื่อดินเป็นกรด ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีมากเกินไป หรือน้ำขังค้าง การที่เกษตกรใช้ยาเคมีในการรักษา  ยาเคมีทุกประเภทในท้องตลาด เป็นกรด เมื่อเราใส่ลงไปในดิน ก็เท่ากับเราเพิ่มกรดลงไปในดิน เร่งให้ต้นพริกตายเร็วขึ้น เพราะรากเน่า           

การป้องกัน กำจัด รักษา อันดับแรกให้หว่านยิบซั่มลงไป เพื่อปรับสภาพดิน ปุ๋ยทุกชนิดให้หยุดก่อน  ให้ใช้ โคโคแม็กซ์ KOKOMAX อัตรา 1 ก.ก. ละลายน้ำในถัง 200 ลิตร รดที่โคนต้น ให้ชุ่มฉ่ำ โชกโชน ให้ใหลซึมไปที่ราก โคโคแมกซ์ KOKOMAX  ก็จะทำการเข่นฆ่า เชื้อราไฟท๊อบเทอร่าจนสิ้นซาก ช่วงขณะที่รากเน่า ระบบรากไม่ทำงาน  ให้ใช้ปุ๋ยน้ำ "ช้อนเงิน" ฉีดพ่นทางใบ เพื่อเป็นการให้อาหารแก่ต้นพริก เพื่อป้องกันต้นพริกตายเพราะขาดธาตุอาหาร จนกว่าเหตุการณปกติ จึงบำรุงด้วยปุ๋ยต่อไป

 

 

โรคใบจุดของพริก  ส่วนมากเกษตรกรมองข้าม เพราะไม่ค่อยมีความสำคัญ และอันตรายมากนัก  แต่บางท้องที่ สภาพแวดล้อมเหมาะสม เอื้ออำนวยต่อต่อเชื้อโรค จะกลาย สร้างความเสียหายให้แก่พริกมากมายเหมือนกัน ลักษณะอาการของโรคนี้  โรคนี้ทำลายพริกได้ทุกส่วนของพริก  ไม่ว่าจะเป็น กิ่ง ก้าน กลีบดอก ผล ขั้วผล   บนใบจะเห็นจะเริ่มจากจุดตายของเซลล์เล็กๆ  ค่อนข้างกลม ปกติแผลจะขนาด  3-4 ม.ม.  ถ้าเป็นมากทำให้ใบหลุดร่วงจากต้นได้มาก   ใบพริกไม่สามารถปรุงแสงจากแสงแดดได้ และใบร่วงมากทำให้ไม่

​สามารถบังแดดให้ผลพริกได้   ถ้าเป็นมากๆ จะทำให้ต้นโทรมไม่ให้ผลผลิต โรคใบจุดนี้ เกิดจากเชื้อรา เซอร์คอสเปอร์ร่า  จะพบได้ทุกแห่งที่มีการปลูกพริก                                                                                                                          

การป้องกัน กำจัด แก้ไข  ควรใช้ KOKOMAX  ฉีดพ่นเอาไว้ ทั้งบนใบ ใต้ใบ บนดิน เป็นการป้องกันไว้เบื้องต้น  จะกำจัดโรคของพริกที่เกิดจากเชื้อรา ได้ครับ

 

 

โรคเหี่ยวของพริก เกิดได้จากเชื้อ 2 สาเหตุ คือทั้งเชื้อราฟิวราเซี่ยม และ เชื้อ แบคทีเรียเพรอโดโนเมส ต้นพริกที่เป็นโรค ​เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ต้นพริกจะแสดงเหี่ยวทั่วทั้งต้น ในวันที่อากาศร้อนจัด และจะเริ่มสดชื่นเมื่อได้รับนำ้ค้างน้ำหมอกในเวลากลางคืน จะเป็นอยู่อย่างนี้ 2 - 3 วัน แล้วจะตายไปในที่สุด วิธีการสังเกตุ ให้ถอนรากดูรากจะดำเหมือนรากเน่า  ถ้าเราเฉือนผิวของลำต้นระดับคอดิน จะมีกลิ่นเหม็น เน่า และเป็นสีดำ ไม่เหมือนท่อน้ำเลี้ยงตามปกติ ของพริก ต้นพริกที่เกิดจากจากเชื้อรา ฟิวราเซี่ยม  อาการของโรค ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง จะอยู่ตอนล่างๆ ของลำต้น  แล้วเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ ค่อยๆ เหลืองขึ้นมาตามลำดับ และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  โรคนี้จะแสดงอาการ ตอนที่พริกเป็นผล  ผลอ่อนจะร่วงไปกับใบ  ทำให้พุ่มใบโปร่งตา   ต่อมาอีก 1-2 สัปดาห์  พริกจะยืนต้นตาย                                              

การแก้ปัญหา  ฉีดพ่นทางใบ และ ลงดิน ให้ชุ่ม โชก ชวก เหมือนอาบน้ำ ด้วย โคโคแมกซ์ KOKOMAX เพราะ โคโคแมกซ์ 

 

 

โรคใบด่างของพริก เกิดจากแมลงศัตรูพืชประเภทปากกัดปากดูด เช่น เพลี้ยไฟ ไรขาว แมลงหวี่ขาว ฯลฯ  ส่วนมากแล้วแมลงปากกัดปากดูดจะเป็นพาหะของโรคไวรัส   แมลงปากกัดปากดูด เมื่อเข้าแปลงที่เป็นไวรัส แล้วเข้ามาในแปลงของเรา  เมื่อดูดกินน้ำเลี้ยงแล้ว  จะทำให้ติดโรคไวรัสได้รวดเร็วมาก  เมื่อเป็นโรคไวรัสแล้ว สีของใบจะซีด มีสีเหลือง สลับเขียว เหมือนดอกไม้ ผลผลิตจะไม่มี และ จะตายไปในที่สุด                                                                                                                            

การรักษาโรคไวรัส  ไม่มียาใดๆ ในโลกนี้ที่สามารถรักษาโรคไวรัสในพืชได้  แต่ต้องมีการป้องกัน หมายถึง ป้องกันไม่ให้แมลงปากกัดปากดูดเข้ามาในสวนของเรา  โดยการใช้โอแบค OBAC ร่วมกับ ลาเซียน่า LASIANA ผสมด้วยกัน                                                        

โอแบค เป็นเป็นผงบดละเอียด  สามารถขับไล่ ป้องกัน ควบคุม ไล่ แมลงต่างๆ ที่เข้ามาทำลายพืชผักในไร่ในสวน  ใช้ควบคู่กับลาเซียน่า                                                                                 

​เมื่อฉีดไปแล้วจะเริ่มทำลายแมลงปากกัดปากดูด ได้ภายใน 3 - 5 วัน เมื่อโดนเข้าไป                                                                                            

โรคไวรัส ไม่มียาตัวใหนรักษาได้  แต่สามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดได้  ตามที่ได้เล่ามาครับ

 

 

การปลูกพริก จะเริ่มมาจากการเพาะเมล็ดก่อน  เมื่อต้นกล้าของพริกเริ่มเจริญเติบโต  ก็จะมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง เข้ามาทำลาย ทำให้พริกอ่อนแอ  เราจะต้องป้องกันและรอบรู้เรื่องวิธีการเพาะเบี้ยกล้า แบบไม่ให้มีโรคและแมลง เพื่อต้นกล้าจะได้แข็งแรง เมื่อนำลงแปลงปลูก แล้วต้นพริกสามารถเจริญเติบโตออกดอกออกผล ให้แก่เกษตกรต่อไป โรคของต้นกล้า มีไม่กี่โรค เช่น แอนเทรคโนส ต้นกล้ายุบตายเป็นหย่อมๆ ต้นกล้าเป็นโรคราเมล็ดผักกาดรอบๆคอดิน  โรคตากบ ต้นกล้ารากเน่า ต้นกล้ายุบแล้วมีเส้นเชื้อราขึ้นปกคลุม                                                                                                          

ทั้งหมดนี้เกิดจากเชื้อสาเหตุ คือเชื้อราโรคพืช  และดินทีเพาะกล้า การป้องกัน กำจัด และ รักษา  เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า ของกรมวิชาการแจกฟรี แต่มีจำกัด สามารถป้องกันกำจัดได้ทั้งหมด หรือใช้ "โคโคแมกซ์ KOKOMAX  " โดยการใช้ 3 - 5 ช้อนแกง ผสมน้ำ 1 บัวรดน้ำอันใหญ่ๆ ( ห้ามใช้กับน้ำประปาที่รองจากก๊อก  หรือ น้ำประปาที่หมดครอรีนแล้วใช้ได้)  ใช้รดแปลงเพาะกล้า บ่อยๆ ต้นกล้าของพริก จะไม่มีโรคต่างๆ ตามที่กล่าวมา

 

 

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
.... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ LINE ID:   @KOKOMAX
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.